“แต๊ก ๆๆ” คุณรู้หรือยังว่าเสียงกดแป้นคีย์บอร์ดที่คุ้นหูนี้อันตรายมากกว่าที่คุณคิดเสียอีก เพราะมันไม่ใช่แค่เสียงหนวกหูที่สร้างความน่ารำคาญทางโสตประสาทให้กับคนที่นั่งทำงานใกล้ ๆ เท่านั้น แต่มันอาจร้ายแรงถึงขั้น “โดนขโมยรหัสผ่าน” กันเลยทีเดียว โดยเฉพาะกับคนยุคใหม่ทั้งหลายที่มีโลกอีกใบบนออนไลน์
ด้วยความทันสมัยของเทคโนโลยีที่เอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่เรา การสร้างโลกอีกใบบนออนไลน์ถือเป็นชีวิตปกติธรรมดาของคนยุคนี้ไปแล้ว เรามีตัวตนอยู่บนออนไลน์จากการสมัครบัญชีโซเชียลมีเดีย ทำการผูกบัญชีเงินฝากกับเว็บไซต์ธนาคารต่าง ๆ เพื่อให้สามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านอินเทอร์เน็ตได้ และอีกสารพัดสิ่งที่ต้องใช้ “รหัสผ่าน” หากผู้ไม่ประสงค์ดีมีรหัสผ่านของเราแล้วล่ะก็ เขาจะทำอะไรกับตัวตนบนออนไลน์ของเราก็ได้ ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็พยายามป้องกันไม่ให้รหัสผ่านของตัวเองเดาง่ายหรือรั่วไหล ทำทุกวิถีทางให้เพื่อให้ข้อมูลส่วนตัวของตัวเองปลอดภัยมากที่สุด แต่ก็มีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ประมาทมากเกินไป คิดว่ามันไม่มีอะไรหรอก แค่เพราะตัวเองยังไม่เคยโดน
ยิ่งโลกยุคดิจิทัลทันสมัยมากขึ้นเท่าไร ก็อย่าย่ามใจว่าเราจะปลอดภัยมากขึ้น หรือความไม่ปลอดภัยจะตามเราไม่ทัน การจะเป็น “แฮกเกอร์” ได้ ย่อมต้องมีความสามารถด้านเทคโนโลยีสูงพอตัว สิ่งที่เราควรต้องรู้ในยุคนี้สมัยนี้ก็คือ แค่ถูกดักฟัง “เสียงกดแป้นพิมพ์” แฮกเกอร์ก็สามารถนำเสียงนั้นไปวิเคราะห์ได้ว่าเรากดแป้นพิมพ์ตัวไหนบ้าง ไม่นานนัก พวกเขาก็จะรู้ว่ารหัสผ่านที่เราพิมพ์เข้าระบบโซเชียลมีเดียเมื่อครู่มีตัวอักษรอะไรบ้าง จากนั้นก็เหลือแค่รอเวลาให้พวกเขานำรหัสผ่านนั้นมาใช้กับบัญชีของเรา
ทว่าล่าสุด นักวิจัยได้ค้นพบว่าเสียงกดแป้นพิมพ์ดัง ๆ ในขณะที่เรากำลังพิมพ์งานนั้น สามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อถอดออกมาเป็นข้อความที่เราพิมพ์ได้ นั่นหมายความว่าถ้าเราพิมพ์รหัสผ่านเข้าเว็บไซต์ต่าง ๆ แล้วเสียงกดแป้นพิมพ์นั้นถูกบันทึกไป ก็มีโอกาสที่เสียงเคาะแป้นพิมพ์นั้นจะถูกนำไปแปลงเป็นรหัส โดยแฮกเกอร์หัวใสที่อาศัยจุดอ่อนจากเสียงพิมพ์แป้นพิมพ์ที่ดังมากกว่าแป้นพิมพ์ทั่วไปเพื่อขโมยรหัสผ่านของเรา
หลายคนอาจบอกว่าถ้าอย่างนั้นฉันไม่ทำอะไรผ่านคอมพิวเตอร์ก็ได้ ทำผ่านสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตแทนละกัน เพราะเวลากดพิมพ์จะไม่มีเสียงดังอะไรเลย อยากบอกให้รู้ว่าไม่มีประโยชน์หรอก เพราะการพิมพ์ด้วยแป้นพิมพ์ในหน้าจอสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตที่เราไม่ได้ยินเสียงตัวเองกดแป้นพิมพ์เลยสักนิดเดียว จริง ๆ มันก็เกิดคลื่นเสียงจากการที่นิ้วเราสัมผัสเข้ากับจออยู่ดี แล้วคลื่นเสียงนี้ก็จะถูกดังฟังได้ไม่ต่างจากเสียงแต๊ก ๆ ที่ดังสนั่นหวั่นไหวเวลาพิมพ์งานด้วยคีย์บอร์ดของคอมพิวเตอร์
0 ความคิดเห็น